BLACK DAHLIA
- SUDARAT KONGSEANG
- 28 ก.พ. 2566
- ยาว 1 นาที
เราจะกล่าวถึงคดีฆาตรกรรมที่โหดเหี้ยม และยังเป็นปริศนาจนถึงปัจจุบันอย่าง BLACK DAHLIA

คดีฆาตกรรม “Black Dahlia” เป็นคดีฆาตกรรมที่มีความโหดเหี้ยมและยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้
เรื่องนี้เริ่มต้นในวันที่ 15 มกราคม ค.ศ.1947 (พ.ศ.2490) เมื่อมีผู้พบศพของ “Elizabeth Short” ในชุมชนลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา

Short วัย 22 ปี ถูกหั่นเป็นสองท่อน ตั้งแต่เอวลงมา และร่างกายก็แห้ง ปราศจากเลือด
แต่ที่น่าสยองที่สุด คือปากของเธอถูกเฉือนเป็นทางยาวไปจนถึงหูทั้งสองข้าง เหมือนคนกำลังยิ้ม
ซึ่งดูน่าสยอง ตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบและสืบหาว่าผู้ตายเป็นใคร ซึ่งโชคดีที่มีบันทึกลายนิ้วมือของ Short เนื่องจากเธอเคยใช้สมัครงาน อีกทั้งยังมีการพิมพ์ลายนิ้วมือของเธออีกครั้ง และมีการถ่ายรูปเธอ เก็บไว้ในแฟ้มตำรวจด้วย เนื่องจากเธอเคยถูกจับข้อหาดื่มเหล้าทั้งๆ ที่อายุไม่ถึงเกณฑ์

เรื่องราวของคดีฆาตกรรมรายนี้โด่งดัง เป็นที่สนใจของสื่อมวลชน มีการขุดคุ้ยเรื่องราวของ Short มากมาย โดยจากการสืบสวนของตำรวจนั้น พบว่า Short เป็นหญิงเสน่ห์แรง ในช่วงเวลาประมาณสองเดือนก่อนที่จะถูกฆ่า พบว่ามีคนพบเห็นเธออยู่กับชายหนุ่มไม่ซ้ำหน้า ไม่ต่ำกว่า 25 คน
ด้วยความที่เธอแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำทั้งตัว สื่อมวลชนจึงเรียกเธอว่า “Black Dahlia” และมีข่าวลือว่าเธอเป็นโสเภณี

การสืบสวนนั้นไม่มีความคืบหน้า ตำรวจไม่สามารถหาตัวฆาตกรได้ หากแต่หนังสือพิมพ์ก็ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นฆาตกร และได้ส่งสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Short มาให้ดูเป็นการยืนยัน ไม่ว่าจะเป็นใบเกิดของ Short นามบัตร ภาพถ่ายต่างๆ ทะเบียนบ้าน และยังมีจดหมายที่ตัดแปะด้วยตัวอักษรในหนังสือพิมพ์ ส่งมาให้หนังสือพิมพ์ ตัวอักษรในจดหมายที่ตัดมาจากหนังสือพิมพ์นั้นถูกทำความสะอาดด้วยน้ำมันเบนซิน จึงทำให้ไม่สามารถตรวจสอบลายนิ้วมือได้
ตำรวจได้พยายามตามสืบว่าใครคือฆาตกรที่แท้จริง และตลอดเวลาก็ได้รับแจ้งข่าวว่าพบฆาตกรตัวจริงแล้วกว่า 60 ราย หากแต่ก็ไม่สามารถไขคดีได้อย่างแท้จริง
แต่เมื่อเวลาผ่านมากว่า 70 ปี ก็ได้เกิดทฤษฎีมากมายเกี่ยวกับคดีนี้ แต่ที่ดูจะเป็นไปได้มากที่สุด และน่าสนใจที่สุด

นั่นคือฆาตกรอาจจะเป็นชายที่ชื่อ “George Hodel”
George Hodel นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ปีค.ศ.1999 (พ.ศ.2542) หากแต่ลูกชายของเขา นั่นคือ “Steve Hodel” ผู้เป็นตำรวจนักสืบที่เกษียณอายุ เกิดสงสัยว่าบางที พ่อของตนอาจจะเป็นฆาตกรรายนี้ ภายหลังจากที่พ่อเสียชีวิต Steve ได้ตรวจดูข้าวของๆ พ่อ และพบภาพถ่ายของหญิงที่ดูเหมือน Short เมื่อเกิดความสงสัย Steve ก็ได้ใช้ทักษะและความรู้ด้านการสืบสวนของตน สืบหาความจริงในเรื่องนี้ Steve ตรวจสอบคลังหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวนี้ รวมทั้งบทสัมภาษณ์ของพยานในเหตุการณ์ และยังค้นแฟ้มของตำรวจ
Steve ยังให้ผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือ เข้ามาตรวจสอบลายมือของพ่อเขา เปรียบเทียบกับลายมือจากจดหมายบางฉบับที่ฆาตกรส่งมาให้หนังสือพิมพ์ และพบว่าลายมือของพ่อเขากับลายมือของฆาตกรนั้น มีความคล้ายกันมาก นอกจากนั้น พ่อของเขาก็เป็นหมอ และเทคนิคการหั่นศพอย่างที่ Short ถูกหั่น ก็เป็นเทคนิคที่พ่อของเขาเคยเรียนสมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ อีกทั้งยังพบกระเป๋าและสิ่งของต่างๆ ที่คล้ายคลึงกับที่ตำรวจพบในที่เกิดเหตุ

อันที่จริงแล้ว พ่อของเขาก็เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยของตำรวจในคดีนี้ และในปีค.ศ.1950 (พ.ศ.2493) ได้มีการแอบติดเครื่องดักฟังไว้ในบ้านของเขา และพบบทสนทนาบางบทที่น่าสนใจ
“สมมติว่าฉันเป็นฆาตกรในคดี Black Dahlia จริงๆ พวกเขาก็ไม่สามารถจะพิสูจน์อะไรได้แล้ว พวกเขาจะไปสอบปากคำเลขาของฉันก็ไม่ได้ เพราะเลขาของฉันตายไปแล้ว”
คือคำพูดของ George Hodel ที่ตรวจจับได้จากเครื่องดักฟัง
นอกจากนั้น ยิ่งสืบสวนไปมากเท่าไร Steve ก็ยิ่งพบว่าเป็นไปได้ที่พ่อของเขาจะไม่ใช่เป็นเพียงฆาตกรในคดีนี้ แต่เขาอาจจะเป็นฆาตกรต่อเนื่องในคดีอื่นๆ อีกด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มีการฟันธงว่า George Hodel เป็นฆาตกรตัวจริง และถึงทราบ ก็คงทำอะไรไม่ได้ เนื่องจาก George Hodel นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ปีค.ศ.1999 (พ.ศ.2542) แล้ว
คดีนี้จึงยังคงเป็นคดีปริศนาที่สร้างความขนลุกให้ผู้ที่ได้รับทราบ ตราบจนทุกวันนี้





ความคิดเห็น